ปางสมาธิ (ตรัสรู้)

เมื่อพระพุทธองค์ทรงชนะมาร บันทึกช่วงเวลาที่แน่นอนของชัยชนะทางจิตวิญญาณและความมุ่งมั่นที่ไม่สั่นคลอน ในเดือนพฤษภาคม ซี่งเป็นเดือนแห่งวันวิสาขบูชา ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ประสูตร (เกิด) ตรัสรู้ (บรรลุธรรม) และ ดับขันธปรินิพพาน (ละพระสังขาร)
พระพุทธรูปปางสมาธิ หรือเรียกอีกอย่างว่าปางตรัสรู้ (dhyana mudra) สัญลักษณ์ของการ "ตื่นรู้" หรือการค้นพบความจริงอันสูงสุดของธรรมชาติที่ถูกปกปิดไว้ด้วยกิเลสและความหลงอันได้แก่ความไม่รู้ รู้ไม่จริง รู้สิ่งที่ไม่ทำให้พ้นทุกข์ (อวิชชา)
ความเข้าใจในพุทธลักษณะ: ปางสมาธิ (ตรัสรู้)
กายวิภาคแห่งปางตรัสรู้
-
พระพุทธรูปอยู่ในพระอิริยาบถประทับนั่งขัดสมาธิราบ
-
พระหัตถ์: วางหงายซ้อนกันบนพระเพลา (ตัก) โดยพระหัตถ์ขวาวางทับพระหัตถ์ซ้าย
-
พระชงฆ์ (แข้ง): พระชงฆ์ขวาทับพระชงฆ์ซ้าย
-
ความเป็นมาของปางสมาธิและการตรัสรู้
หลังจากที่พระบรมโพธิสัตว์ทรงมีชัยชนะเหนือพญามารแล้ว พระองค์ทรงบำเพ็ญสมาธิต่อไปจนจิตตั้งมั่นบริสุทธิ์ผ่องใส และทรงบรรลุความรู้แจ้งอันสูงสุดที่เรียกว่า "การตรัสรู้" ในคืนวันเพ็ญเดือน 6 ณ พุทธคยา ประเทศอินเดีย โดยทรงบรรลุญาณหยั่งรู้ตามลำดับดังนี้:
-
ปฐมยาม (ช่วงค่ำ): บรรลุ ปุพเพนิวาสานุสติญาณ ระลึกชาติได้
-
มัชฌิมยาม (ช่วงดึก): บรรลุ จุตูปปาตญาณ รู้แจ้งการเวียนว่ายตายเกิดของสัตว์โลกตามอำนาจแห่งกรรม
-
ปัจฉิมยาม (ช่วงใกล้รุ่ง): บรรลุ อาสวักขยญาณ ความรู้แจ้งในธรรมที่ทำให้สิ้นกิเลส
การตรัสรู้ คือการที่พระพุทธเจ้าทรงใช้กฎ ปฏิจจสมุปบาท เพื่อเข้าใจกลไกของชีวิต จนสรุปเป็น อริยสัจ 4 และวางแนวทางปฏิบัติคือ อริยมรรค 8 เพื่อให้มวลมนุษยชาติสามารถดับทุกข์ได้ตามพระองค์
เหตุการณ์สำคัญ: ทรงบรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณในเวลาอรุโณทัย (รุ่งเช้า) ตรงกับขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 (วันวิสาขบูชา) ปัจจุบันสถานที่นี้คือ "พระมหาเจดีย์พุทธคยา" รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย
